個人檔案VivaParn's space相片部落格清單更多 ![]() | 說明 |
|
VivaParn's space...The world without you like cemetery for me… 5月10日 We've got our TROPHY back... หลังจากรอคอยมาเป็นเวลานานแสนนาน เมื่อเวลาล่วงเลยมาจนครบวาระ 4 ปี
ในที่สุดวันแห่งการรอคอยก็สิ้นสุดลง เมื่อทีมรักได้แชมป์ฤดูกาล 2006-2007
ในที่สุดถ้วยก็กลับบ้านเราอีกครั้ง ด้วยการทีสามารถพิชัยเหนือแชมป์เก่าอย่างทีมหอยไปได้
โดยที่ยังเหลืออีก 2 นัด สุดท้าย ดังนั้นวันนี้คนสวยผู้เป็นเจ้าของ space นี้
เลยต้องมาเขียนชมเชยทีมรักอย่าออกนอกหน้า ว่าทีมรักข้านี้สุดแสนจะเก่ง
และแน่นอนว่าหลังจากวันนี้ยังหรืออีก 1 นัด (เมื่อคืนเพิ่งเสมอกะทีมหอยมา 0-0)
แต่คนสวยผู้นี้ก็ไม่อาจรอได้จึงของมา ป่าวประการถึงความเก่งของทีมรักก่อนซะหนึ่งครา
แล้วเดี่ยววันรับถ้วยของจริงจะกลับมาประกาศใหม่
We'll keep the Red Flags flying high
You've got to see yourself from far and wide You've got to hear the masses sing with pride United! Man United!......... 4月22日 การกลับมาอีกครั้ง (กับการสรุปเหตุการณ์ในรอบ 4 เดือน)ช่วงนี้ห่างหายจากการอัพสเปซ มาหลายช่วงอายุคน ก็เลยกลับมาอัพอีกครั้ง ตามเสียงหัวใจเรียกร้อง
นะวันที่เขียนนี้ก็ล่วงเลยผ่านเข้าปีใหม่ม่ได้ 4 เดือน กะอีก 22 วัน
มีเรื่องราวมากมายผ่านเข้ามาในรอบ 4 เดือนนี้
ซึ้งไม่รู้จะบรรยาทยังไงเพราะมันขี้เกียจอ่ะ
เอาเปงว่าเดื่อนกุมภาที่ผ่านมา คนสวยได้มีโอกาสเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตร (ไม่น่าเชื่อว่าจะมีโอกาสนี่กะเขาด้วย)
งานนี้ก็ต้องขอขอบคุณเพื่อนทุกคนมากๆๆ ที่ไปร่วมงานในวันนั้นนะค่ะ ส่วนรูปที่ถ่ายออกมาสวยมาก( ต้องชมตากล้องเขาซะหน่อย)
แต่เนื่องจากความบ้าคลั้งในการถ่ายรูปมีสูง รูปเลยออกมาเยอะมาก (ต้องขอชมความอึดของตากล้องเช่นกัน และคณะติดตามด้วย)
อยากจะให้เพื่อนๆ ชมนะ แต่ขอเก็บไว้ดูคนเดี่ยวกว่า เหอๆๆๆ
ส่วยรูปที่นำมาลงไว้ก็เป็นรูปที่ ได้ถ่ายกับชาวพี่น้อง CDMA
ผ่านเดือนที่ 2 ของปีไปอย่างรวดเร็ว เพราะว่าเดือนนี้มีแค่ 28 วัน
ก็ต้องก้มหน้าก้มตารับใช้ชะตากรรม ที่ได้ทำไว้ในเดือนกุมภา
รันก็คือเงิรเดือนอันน้อยนิด จากการทำงานแค่ 15 วัน (ไปคูณเอาเองนะค่ะว่าได้เท้าไหร่)
และก็ต้องก้มหน้ารับชะตากรรม จากการบ้าคลั่งถ่ายรูป ด้วยค่าอัดรู)ที่สูงลิ่ว เกือนเฉียดต้นตาล
แต่ก็ใช่ว่าจะมีเรื่องไม่ดีทั้งหมด ในเดือนมีนาคมนี้
เพราะวันที่ 21 มีนา ของทุกปี จะเปงวันเกิดของคนสวย หุหุหุหุ
วันนี้อุตสาห์ตื่นชาวเปงพิเศษ เพื่อลุกขึ้นมาตั้กบาตร วันนี้เป็ฯวันดี เลยอารมณ์ดีทั้งวัน คริ คริ คริ
แล้วก็ผ่านไปอีกหนึ่งเดือน
เข้าสู้เมษา ฮาเฮ (แต่ร้อนจับขั่วหัวใจ ออกจากบ้านที่ไหร่ นึกว่าตัวเราจะละลายได้ทุกที)
เดิอนนี้เป็นเดือนหรรษาเพราะ เป็นเดือนของสงกรานต์
จะได้เล่นน้ำให้ชุ่มปอด (แต่ขอโทษที่เถอะ ปรากฏว่า สงกรานต์ต้องมาทำงาน แป๋ว)
แต่ก็ยังดีได้หยุด 1 วัน คือ 13 เมษา ก็เลยไปเล่นสงกรานต์ที่บ้านย่า (ก็สนุกไปอีกแบบ)
หลังจากนั้นก็ต้องว่างแผลการสุดฤทธิ์ ว่าเราจะทำยังไง ให้ออกจากบ้านโดยไม่เปียก
โชคดีเป็นของเรา เพราะ 14 กะ 15 ทำงานเช้า ต้องออกก่อน 7 โมง
ยังไม่มีคนตื่นมาสาด แต่มีคนลุกขึ้นมาเล่นตอนนั้น ก็ยินดีให้สาด (เพราะเห็นแก่ความตั้งใจ ที่ตื่นมาเล่นแต่เช้า)
แน่นอนคงไม่มีครบ้าพอที่จะทำแบบนั้น
4 โมงครึ่ง ได้เวลา กลับบ้าน โอ้แม่เจ้า เพิ่งเคยเห็นสงกรานต์ที่ ติวานนท์ครั้งแรก
บรรดาพี่ๆๆ ทั้งหลายเล่นยึดป้ายรถเมล์ แล้วกรูจะกลับบ้านยังไง ไม่ให้เปียกอ่ะ
หนทางยีงอีกยาวไกลกว่าจะถึง สะพานใหม่น้อยกลอยใจ
ก็เลยพึ่งแท๊กซี่ไปลงเดอะมอลล์ แถมยังไปแวะเดอะมอลล์เสียตั้งค่ากระเป๋าไป
สบายใจได้ใช้ตังคฺกลับบ้ายอย่างมีความสุข
กลับถึงสะพานใหม่แอบเดินผ่านหน้าปากซอย ตกใจแทยช็อค (อันนี้เว่อร์ไปหน่อย) นึกว่าฝนตกในซอบบ้าน
ก็น้ำเล่นน่องพื้นเลาย อย่ากะพายุเข้า ตอนแรกก็ชั่งใจว่าจะเสี่ยงหนังมอไซน์ดีมั้นย
แต่พอเห็นพี่เล่นตั้งถัง เปิดเพลงเล่นกันหน้าปากซอยเลย
ตัดสินใจครั้งยิ่งใหญ่ (เหอๆ เว่อร์อีกแล้ว) ขึ้นแท๊กซี่ดีกว่า นั้นงั้นคิดถูกที่สุด ตั้งแต่ปากทางถึงหมู่บ้าน
เต็มไปด้วยกลุ้มที่เล่นน้ำสงกรานต์
วันต่อมาติวานนท์ยังเหมือนเดิม ยังคงนั่งแท๊กซี่ไปลลงเดอะมอลล์เหมือนเดิม
แต่พอไปถึงปากทางเข้าบ้าน วันนี้เกือบทุกหลอก เพราะกลุ่มที่เล่นหน้าซอยเมื่อวานหายไป
เลยกะจะขึ้นรถมาไซด์ แต่ด้วยความฉลาดที่มีอยู้ล้นพ้น
คนสวยเลยติดสินใจขึ้นแท๊กซีกีกว่า แล้วก็จริง ไม่มีกลุ่มปากซอย
แต่ตั่งแต่กลางซอยก่อนโคลงแรกเข้าไป มีกันเป็นแก๊งค์ ยืนเรียงรายกัยเป็นกลุ่มๆๆ ทั่ง 2 ข้างทาง
ผ่านสงกรานต์มาได้ โดยไม่เปียกสักนิด อืม ดีใจดีป่าวว้า
ก็ขอสู้สถาณการณ์ปกติ คือฝนนึกอยากตกก็ตก และตามมาด้วยความร้อนของอากาศที่ร้อนแรง
เดินเข้าที่ทำงานที่แทบเป็นลม........
จบแล้วสำหรับการกลับมาครั้งใหม่นี่
กลับมาพร้อมกับพ็อคนินายเรื่องใหม่ ที่เรื่องเก่าที่คิดไว้ก็ยังไม่ได้เขียน แถมมีเขียนค้างไว้อีก 3 เรื่อง
อืมแล้วจะคิดเรื่องใม่ม่ทำไมว่ะ เดี่ยวก็ไม่ได้เขียนอีก
พอแล้วๆ ขอเขียนแค่มี้แล้วกัน
สุดท้าย ท้ายสุด ขอให้ทุกคนมีความสุขทุกๆ วันนะค่ะ สมหวังทุกประการ (สาธุ ขอให้คนเขียนสมหวังๆๆ)
1月1日 ปีใหม่แล้วจ้า.... ลาทีปี 2006 เมื่อน้องหมาจากไป น้องหมูทองก็มา สวัสดีปี 2007 ค่า
ผ่านมาแล้วหนึ่งปีกับชีวิตน้อยๆๆ บนโลกกว้าง ปีหมาปีนี้เกิดเรื่องราวขึ้นมากมาย (สงสัยจะเป็นหมาพันธ์ ร็อตไวเลอร์ ซะระมั้งถึงได้ดุขนาดนี้)
ไม่ว่าจะเป็นการปฎิวัติ และเรื่องภาคใต้ที่ยังไม่ ดีขึ้น แถมส่งท้ายปีเก่าด้วยการวางระเบิด 7 จุดในกรุงเทพอีก (สงสัยคุณผู้ร้ายจะจำเวลา countdown
ผิดเลยเผลอกดพลุก่อนเวลา)
แต่ถึงอย่างไรปีนี้ก็เป็นปีที่ดีที่ นายหลวงของเราครองราษย์ครบ 60 ปี นับว่าเป็นเรื่องที่ดีของคนไทย
ส่วนเรื่องราวในชีวิต สาวน้อย CDMA18 ก็ยังคงเหมือนเดิม ยังคงตื่นสาย ต้องวิ่งหน้า กสท อยู่ทุกวัน และยังคนร่าเริงอยู่เหมือนเดิม แต่ที่ยังคงรักษาไวเหนียวแน่นที่สุดก็คือ
"คานทองน้อยๆๆ" ที่เริ่มเห็นมาแต่ไกลแล้ว คุริ คุริ คุริ ได้แต่หวังว่าปีหมูทอง จะนำพาคนเลื่อยเสาคานมาให้ โฮะ โฮะ โฮะ
สุดท้ายไม่มีอะไรมากค่ะ ขอให้เพื่อนๆ ทุกคนที่เข้ามาอ่าน มีความสุขมากๆๆ นะค่ะ
HAPPY NEW YEAR 2007 จ้า 12月2日 บังเอิญ...เกิดเป็นรัก มาตามคำเรียกร้องของหัวจาย นิยายรักเรื่องใหม่ แต่ขอมาแต่ชื่อนิยายก่อน แล้วเนื้อหาจะตามมาที่หลัง ตอนนี้อยุ๋ระหว่างหาชื่อพระเอกและนางเอก แอบเล็งชื่อไว้ 1 ชื่อ คือ พันธ์ธวัช แต่แบบว่าอยากไปให้พ้นจากพันธ์อ่ะ แต่ก็ไพ้นสักที เฮ้อ....
3/12/49 มาบอกชื่อนางเอก โยธิกา 5555 ยังขาดอีก 2 ชื่ออ่ะ พระเอกและนางเอก อ๋อ ได้จากคุณเพียวมาหนึ่งชื่อแล้ววเหลือนางเอกอีก 1 พระเอกอีก 2 ช่วยคิดด้วยนะค่า 11月8日 นิยายรัก...ที่ไม่มีชื่อเรื่อง 21/2 หลังจากวันที่ธีธัทพาคริมาไปรู้จักกับพ่อและแม่ของเขาหลังจากวันนั้นเรียกได้ว่าเขาแทบจะพาเธอไปทานข้าวเย็นที่บ้านเขาแทบจะทุกวัน ดังนั้นเมื่อวันนี้ธีธัทโทรมาบอกหญิงสาวว่าเขาไม่ว่างไม่สามารถรับหญิงสาวกลับบ้านได้ คริมาจึงรู้สึกโล่งใจเพิเศษ เพราะทุกครั้งที่เธอไปพบกับคุณผกาและคุณธานินเธอรู้สึกแย่ทุกครั้งที่จะต้องโกหกผู้อาวุธโสทั้ง 2 ท่าน ผู้ที่เปรีบยเสมือนญาติของเธอก็ไม่ปาน และที่สำคัญตอนนี้คริมารู้สึกสับสนกับตัวเองเป็นที่สุดเธอเริ่มเหมือนคนที่จะเข้าขั้นเป็นโรคจิตขึ้นทุกวัน เพราะตอนนี้เธอเริ่มมีอาการหึง และน้อยใจตัวเอง เธอเกิดอาการน้อยใจธีธัททุกครั้งที่เขาเอ่ยถึงคีร่า และจะเสียใจทุกครั้งที่เขาบอกว่าคิดกับคีร่าแค่น้องสาวและสักพักก็จะยิ้มร่าอย่างมีความสุขเมื่อเขาพยายามย้ำเตือนเธอว่ารู้สึกยังไงกับอาจารย์คริมา เดียวนี้เธอเริ่มแยกไม่ค่อยจะออกแล้วว่าเธอเป็นใครเวลาอยู่ใกล้เขาอาจารย์คริมาหรือน้องคีร่ามันสบสนวุ่นวายไปหมด ดังนั้นวันนี้เมื่อมีโอกาสเธอจึงโทรไปนัดริตา เพื่อนที่เธอคิดว่าน่าจะคุยกันได้มากที่สุด เพราะขืนโทรไปชวนแพรดาวหรือมินตราเธอคงโดนสวดมากกว่าได้รับคำปรึกษา
"คีร่า" เสียงเพื่อนสาวที่เรียกชื่อทำให้คนที่กำลังตกอยู๋ในห่วงความคิดถึงกับสะดุงสุดตัว
"มาไม่ให้สุ้มให้เสียง" คริมาต่อว่าคนที่หย่อนตัวลงนั่งตรงข้ามเธอ
"ทำไมแกต้องให้ฉันมีขบวนกลองยาวมาด้วยหรือไง แกถึงจะรู้สึกตัวเวลาฉันเดินมา ว่าแต่นั่งเหมอไปถึงไหนนะเพื่อนฉันเดินส่งยิ้มหวานมาให้แกตั้งแต่หน้าประตูแกก็ไม่ยิ้มกลับจนคนเขาคิดว่าฉันบ้าแล้ว แล้วอะไรของแกนี่แต่งชุดอะไรฉันเคยบอกแล้วใช่มั้ยว่าถ้าจะมาเจอฉันนะ ให้แกมาในลุคของคคีร่า ไมให้มาในมาดของอาจารย์คริมาแบบนี้"
"ทำไมมาแบบนี้มันเป็นไง แกรังเกลียดที่จะมีเพื่อนเชยๆ อย่างฉันหรือไง"
"เปล่าหรอกแกเพียงแต่แกแต่งแบบนี้มันทำให้ฉันรู้สึกเหมือนกำลังนั่งคุยกับอาจราย์ฝ่ายปกครองอ่ะแก แล้วมันว่างตัวไม่ถูกไงแบบถ้าจะด่าแกแล้วมันกระดากปากอ่ะ"
คริมาหัวเราะร่วนกับคำอธิบายของเพื่อนก่อนจะส่งเมนูให้เพื่อนสาวรับไป "สั่งอะไรมาดื่มซะเดียวคอแห้งตายหรอกแก มาถึงก็บ่นเอาบ่นเอา แต่จะว่าไปเหตุผลแกก็ดีนะคราวหน้าเวลานัดกับแกฉีนจะแต่งแบบนี้อีกแกจะได้ไม่ด่าฉีนไง" ริตาค้อนให้เพื่อนทันทีที่เพื่อนพูดจบ แล้วตัวเองก็หันไปสนใจกํบเมนูตรงหน้าต่อ
"นี่แกเป็นคนโทรเรียกฉันมานะยังมาว่าอีก ฉันต้องโทนไปเลื่อยนัดกับหวานใจฉันเชียวนะยังมาว่าฉันพูดมากอีก" ริตาบ่นแต่ก็ยอมสั่งแต่โดยดี "ว่าแต่แกเถอะโทรนัดฉันมามีไรหรือเปล่า" ถามหลังจากที่พนักงานรับออร์เดอร์เดินจากไป
"ไม่มีไรมากหรอกก็แค่อยากพาเพื่อนคุย" น้ำเสียวที่พูดออกไปเบาวิวเมื่อระลึกถึงปัญหาหนักอกที่กำลังเผชิญอยู่
"แกเป็นไรเปล่าคีร่า" ริตาถามทันทีที่ได้ยินเสียงของเพื่อน "มีอะไรก็บอกฉันได้นะแก" ริตาถามย้ำเมื่อหันไปเห็นแววตาของเพื่อนสนิทที่ดูอ่อนแสงไม่มีประกายคมกล้าอย่างที่เคยเป็น คนที่ปกติมักจะเก็บความรู้สึกได้ดีอย่างคริมา มาวันนี้ความรู้สึกทุกอย่างมันฉายชัดอยู่ในแววตาคู่สวยที่เต็มไปด้วยความสับสนความวุ่นวายใจ
"ฉันสับสน" คริมาพูดมาได้แค่นั้นก็เงียบไป
"สับสนเรื่องอะไร"
"ฉันไม่รู้จะเล่าไงดีแก" พูดจบก็ถ่อนหายใจออกมาเฮือกใหญ่อย่างต้องการระบายความอัดอั้นตันใจ
"ทำใจให้สบายนะแกอย่างพูดอะไรก็พูดเลยค่อยๆ พูดไม่ต้องรีบ"
"คือจะบอกไงดีอ่ะ ฉันรู้สึกว่าฉันกำลังจะเป็นบ้าอ่ะแก คือฉันเริ่มรู้สึกว่าฉันกำลังหึงตัวเองอยู่"
"หึงตัวเอง...ยังไงอ่ะ" ริตาถามอย่างไม่เข้าใจ คริมาถ่อนหายใจออกมาอีกครั้งก่อนจะตัดสินใจเล่าให้เพื่อนฟังถึงความรู้สึกที่มันอัดแน่นอยุ่ข้างในอกเธอให้เพื่อนได้รู้
"แกหึงคุณธีร์" ริตาถามเพื่อความแน่ใจ
คริมาพยักหน้ารับ "อืม ที่แรกก็ไม่อยากยอมรับแต่แล้วก็ต้องยอมเพราะมันเป็นความจริง"
"แล้วแกจะเครียดไปทำไมในเมื่อฟังจากที่แกเล่าคุณธีร์เขาก็ดูท่าทางจะชอบแกเหมือนกัน"
"คุณธีร์เขาไม่ได้ชอบฉันสักหน่อย" เมื่อเห็นเพื่อนทำหน้างงคริมาก็พูดต่อไปว่า "คุณธีร์เขาชอบอาจารย์คริมาตั้งหาก"
"อ้าว ฉันงงหรือแกงงว่ะเนี้ยฉันชักจะเห็นด้วยแล้วสิที่แกบอกว่าแกกำลังสับสน แล้วมันต่างกันตรงไหนคีร่าในเมื่อคีร่ากับคริมาคือคนๆ เดียวกัน"
"มันต่างตรงที่เขาชอบอาจารย์คริมา และคิดกับคีร่าแค่น้องสาวไง" พูดด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อย
"แต่แกกับคีร่าคือคนๆ เดียวกันนะฉันไม่เห็นว่ามันจะมีปัญหาตรงไหนเลย"
"มีสิแกใหญ่ด้วยแกคิดดูนะถ้าวันนึงเขารู้ความจริงเรื่องที่ฉันหลอกเขาจะเกิดอะไรขึ้น และถ้าความจริงเปิดเผยเมื่อไหร่ก็จะไม่มีอาจารย์คริมาอยู่บนโลกนี่มีแต่คีร่าเท่านั้น และเขาคงจะไม่สนใจฉีนอีกเพราะฉันไม่ใช่อาจารย์คริมาเป็นแค่คีร่าคนที่เขาคิดแค่น้องสาว ที่สำคัญเมื่อถึงเวลานันเขาคงจะเกลียดฉันน่าดูที่หลอกลวงเขา"
"ฟังนะคีร่าไม่ว่าแกจะเป็นใครเวลาอยู่ต่อหน้าเขาแกก็คือแก เป็นทั้งอาจารย์คริมาและคีร่าในเวลาเดียวกัน มันจะต่างกันตรงที่ว่าแกเลือกที่จะแสดงส่วนไหนออกมามากกว่ากันในตอนนั้น และไม่ว่าจะยังไงทั้งหมดก็มาจากตัวแกจิตวิญญาณของแก ทั้งหมกที่แกแสดงต่อเขาไม่ว่าจะอยู่ในภาคของคีร่าหรืออาจารย์คริมาก็คือความรู้สึกของแกทั้งหมดนั้นแหละ ความรู้สึกของคนที่มีให้กับคนที่ตัวเองรัก" ริตาพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
"แต่พี่ธีร์คงโกรธฉันมากถ้ารูความจริง"
"ฉันเชื่อว่าคุณธีร์เป็นคนมีเหตุผล แต่ฉันว่านะทางที่ดีแกควรรีบหาทางบอกเขาอย่าให้เขารู้เอง" ริตาแนะนำ คริมาพยักหน้ารับอย่างเข้าใจถึงแม้ว่าการพูดคุยกับริตาในวันนี้มันจะไม่ได้ช่วยให้หญิงสาวรู้สึกโล่งใจสักเท่าไหร่หรือหาทางอกของปัญหาได้ แต่การได้มีเพื่อนมานั่งรับฟังมันก็ทำให้คริมาสบายใจขึ้นเยอะ
"ไม่พูดเรื่องเครียดๆ แล้วแกฉันว่าเราไปช็อปฯ กันให้สบายใจดีกว่าฉันจะพาแกไปแปลงโฉมด้วย ส่วนเรื่องอื่นอย่าเพิ่งไปคิดถึงมันเลยแกแต่แกจำไว้นะไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นฉันอยู่ข้างแกเสมอ" คริมายิ้มรับคำพูดของเพื่อน
ภาพการพูดคุยของ 2 สาวเพื่อนสนิมทำให้คนที่กำลังเดินผ่านหน้าร้านไปหันมามอง
"มองอะไรหรอมลลี่"
"อ๋อ คนรู้จักนะฉันแค่กำลังสงสัยว่ายายอาจารย์เชยๆ คนนั้นไปรู้จักสนิทสนมกับริตาได้ยังไง" มนริกาพูดออกไปตามความรู้สึกเธอกำลังสงสัยจริงๆ ว่าอาจารย์เชยๆ อย่างคริมาไปรู้จักกับริตาเพื่อนสนิทของคีร่าได้ไง
"ไหนคนไหน" เพื่อนสาวมองตามสายตาของมนริกาก็เห็นผู้หญิงสาวคนที่ท่าทางต่างกันสุดขั้วกำลังพูดคุยกันอยู่
"นั้นสิอีกคนก็เปรี้ยวอีกคนก็เชยคบกันได้ไง แต่ฉันว่าไปเถอะแกอย่าไปสนใจเลย" มนริกายอมเดินตามเพื่อนไปแต่โดยดีทั้งๆ ที่ความจริงแล้วอย่างรู้เรื่องความสัมพันธ์ของคน 2 คนมากกว่า เพราะไม่แน่ว่าการที่อาจารญ์คริมารู้จักกับริตาก็หมายความว่าอาจจะรู้จักกับคีร่าด้วย มิน่าล่ะคริมาถึงไม่กลัวคำขู่ของเธอ ละเหมือนสวรรค์จะเข้าข้างมนริกาแต่ไม่เข้าข้างคริมา เพราะระหว่างที่เธอกำลังถูกริตาบังคับให้ไปลองชุดที่เธฮเลือกให้เพื่อนที่จะได้แปลงกายกลับไปเป็นคีร่าคนสวยซะที มนริกาก็เดินผ่านร้านเสื้อร้านนั้นเข้าพอดีและเมื่อสายตาของมนริกาเหลือบมาเห็นคน 2 คนเข้าเท้าที่กำลังจะก้าวเดินก็ชะงักหยุดทันที ประกอบกับตอนที่เธอหันมาเห็นเป็นจังหวะที่ริตากำลังส่งชุดสวยแอบเซ็กซี่ให้กับคริมาพอดี มนริกาเลยนึกอย่างเห็นถึงมาว่าถ้าอาจารย์เชยๆ ใส่ชุดแบบนี้นจะเป็นอย่างไง
"พวกแกไปหรอที่ร้านก่อนเลยฉันอยากจะเป็นว่าถ้ากาถูกจับถอดขนจะเป็นอย่างไง" เพื่อนๆ ที่มาด้วยกันพากันมองมนริกาอย่างไม่เข้าใจแต่ก็ยอมเดินออกไปตามที่เพื่อนพูดเพราะว่าเดินกันมานานจนปวดแข้งขากันไปหมดแล้วเลยอยากหาที่นั่งเต็มที หลังจากที่บรรดาเพื่อนสาวนักช็อปฯ พากันเดินออกไปแล้วมนริกาก็รอเพียงไม่นานคนที่เธออยากเห็ฯก็ออกมาจากห้องลองเสื้อ และภาพที่เธอเห็นก็ทำให้เธอถึงกับตกตะลึงเพราะมันไม่ใช้แค่ความสวยของคนที่อยู่ในชุดสวยเปลือยไหล่ของนวลอวดสายตาคนมองเท่านั้น แต่เป็นเพราะว่าคนที่มนริกาเห็นอยู่ตอนนี้คือคีร่าไม่ใช่อาจารย์คริมาแสนเชย และเมื่อสมองน้อยๆ ของมนริกาได้ประมวลผลของเหตุการณ์ต่างที่ผ่านมาจนได้ผลลัพธ์ออกมาเป้ฯที่เรีบยร้อบแล้ว รอยยิ้มเจ้าเลห์ก็ปรากฎคือ "ฉันจะฉีกหน้ากากของเธอออกมาคีร่า" มนริกาพูดอย่างหมายมาดแต่เมื่อนึกถึงช่องทางบ่างอย่างได้หญิงสาวก็เปลี่ยนใจ "ถ้าคีร่ารู้ว่าเธอรู้ความลับนี้เขาไม่แน่บางที่ฉันอาจจะมีเงินใช่ฟรีก็ได้" เมื่อคิดได้แบบนั้นมนริกาก็เดินไปเพื่อนๆ อย่างอารมณ์ดีและยิ่งคิดถึงเงินจำนวนไม่น้อยที่คาดว่าจะได้จากคีร่าก็ยิ่งทำให้อารมณยิ่งเบิกบานเข้าไปใหญ่
|
|||
|
|